ปักปากกา เทรนด์ที่กำลังฮิต ผอมจริงไหม? พร้อมผลข้างเคียงที่ควรรู้ของปากกาลดน้ำหนัก

ปักปากกา เทรนด์ที่กำลังฮิต ผอมจริงไหม? พร้อมผลข้างเคียงที่ควรรู้ของปากกาลดน้ำหนัก

ปัจจุบันการปักปากกา หรือการใช้ปากกาลดน้ำหนัก กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการควบคุมน้ำหนัก โดยการปักปากกาลดน้ำหนัก คือ การใช้ยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิวและความอิ่ม ช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น และรับประทานอาหารได้น้อยลง จึงทำให้หลายคนสงสัยว่า ปากกาลดน้ำหนัก ลดได้จริงไหม? แต่ในขณะที่หลายคนสนใจเรื่องน้ำหนักที่ลดลง อาจยังไม่รู้ว่าปากกาลดน้ำหนักไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคนสุขภาพดีทั่วไปที่ต้องการลดน้ำหนัก และไม่รู้ว่าปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง? และมีข้อควรระวังมากกว่าที่คิด บทความนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ ปักปากกา คืออะไร? ปักปากกา ช่วยอะไร? ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร? และผลข้างเคียง ปากกาลดน้ำหนัก มีอะไรบ้าง?

สารบัญ

      TLDR

      ปักปากกา คือ การใช้ยากลุ่ม GLP-1 Receptor Agonists (GLP-1 RA) ที่เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมความหิว ความอิ่ม และระดับน้ำตาลในเลือด

      กลไกการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก คือ ช่วยให้หิวน้อยลง อิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น รวมถึงชะลอการเคลื่อนอาหารออกจากกระเพาะ จึงช่วยลดปริมาณอาหารที่รับประทาน

      ปักปากกาลดน้ำหนักไม่ได้เหมาะกับทุกคน และมีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่มีโรคอ้วน หรือน้ำหนักเกินร่วมกับภาวะสุขภาพบางอย่าง และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

      ผลข้างเคียง ปากกาลดน้ำหนัก อาจมีตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน และปัญหาทางเดินอาหาร ไปจนถึงการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และน้ำหนักที่อาจกลับมาเพิ่มหลังหยุดปักปากกา

      ปักปากกา คืออะไร?

      การปักปากกา คือ การใช้ปากกาลดน้ำหนัก หรือ ปากกาควบคุมน้ำหนัก ที่เป็นยาในกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonists (GLP-1 RA) ที่ทำงานเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตามธรรมชาติที่ลำไส้หลั่งออกมาเมื่อเรารับประทานอาหารเพื่อส่งสัญญาณไปบอกสมองว่าอิ่มแล้ว 

      เดิมปากกาลดน้ำหนักถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) แต่ต่อมาพบว่ามีผลพลอยได้ คือ ช่วยลดน้ำหนักได้ ปากกาลดน้ำหนัก จึงถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคอ้วนเพื่อควบคุมน้ำหนักมากขึ้น [1], [6], [9]

      ปักปากกา ช่วยอะไร? กลไกการทำงานของปากกาควบคุมน้ำหนัก

      อย่างที่หลายคนรู้กันว่าการปักปากกา คือ การควบคุมน้ำหนักโดยใช้ยากลุ่มที่เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1  (Glucagon-like peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตามธรรมชาติที่ลำไส้หลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร เพื่อให้เรารู้สึกอิ่ม โดยปากกลดน้ำหนักจะออกฤทธิ์ผ่านหลายระบบในร่างกายร่วมกัน [1], [9] 

      เมื่อเราปักปากกาลดน้ำหนัก ตัวยาที่เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน GLP-1 จะช่วยส่งสัญญาณความอิ่มไปยังสมอง ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น หิวน้อยลง ช่วยลดความอยากอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ให้พลังงานสูง และปากกลดน้ำหนัก ยังช่วยชะลอการเคลื่อนอาหารจากกระเพาะเข้าสู่ลำไส้ ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น จึงรู้สึกอิ่มนานและรับประทานอาหารได้น้อยลง [1], [5], [8] 

      ในขณะเดียวกัน ปากกลดน้ำหนักยังช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง และลดการหลั่งกลูคากอน จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ [4], [9] 

      เมื่อกลไกเหล่านี้ทำงานร่วมกัน จึงช่วยให้รู้สึกหิวน้อยลง อิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น และลดปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละวันได้

      ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร?

      ในยุคที่ปากกาลดน้ำหนัก หรือ ปากกาควบคุมน้ำหนัก กำลังเป็นกระแส หลายคนอาจมองว่าเป็นอีกทางเลือกในการลดน้ำหนัก แต่จริง ๆ แล้วการปักปากกา ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคนสุขภาพดีทั่วไปที่ต้องการลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อย เพราะการปักปากกาลดน้ำหนักอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี คำถามคือ แล้วใครที่ควรฉีดปากกาลดน้ำหนัก?

      โดยปกติแล้ว ปากกาลดน้ำหนัก มีเกณฑ์ความเหมาะสมและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์สำหรับกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ดังนี้

      1.  ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินตามเกณฑ์ดัชนีมวลกาย (BMI) 

      ปากกาลดน้ำหนัก หรือ ปากกาควบคุมน้ำหนัก ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยา (FDA) ให้ใช้เพื่อการควบคุมน้ำหนักเรื้อรังร่วมกับการปรับพฤติกรรมในกลุ่มคนดังต่อไปนี้

      • ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 kg/m² ขึ้นไป ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์โรคอ้วน
      • ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 kg/m² ขึ้นไป และมีโรคประจำตัวหรือภาวะแทรกซ้อนอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดผิดปกติ (Dyslipidemia), ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) [3], [6], [9]

      2. ผู้เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) 

      เดิม ปากกาลดน้ำหนัก หรือ ปากกาควบคุมน้ำหนัก ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดน้ำหนักควบคู่กันในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่แพทย์พิจารณาว่าเหมาะกับการใช้ยากลุ่ม GLP-1RA เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาล โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคอ้วนหรือมีความเสี่ยงด้านหัวใจและไตร่วมด้วย [2], [3], [4]

      ปักปากกา อันตรายไหม? ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง

      มาถึงตรงนี้หลายคนคงรู้แล้วว่าการปักปากกา หรือการใช้ปากกาลดน้ำหนัก สามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่การปักปากกาลดน้ำหนักมีข้อบ่งใช้และไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนสุขภาพดีทั่วไปที่ต้องการลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อย

      คำถามคือ แล้วถ้าคนสุขภาพดีเลือกใช้ปากกาลดน้ำหนัก อันตรายไหม? และปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง?

      1. ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร

      เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก หรือ ปากกาควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากยามีผลต่อการทำงานของกระเพาะอาหารและทำให้อาหารเคลื่อนที่ออกจากกระเพาะช้าลง จึงอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืดได้ โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้และใช้ปากกาลดน้ำหนัก หรือ ปากกาควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ [5], [7]

      2. การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (Sarcopenia)

      การปักปากกาอาจทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งน้ำหนักที่ลดอาจจะไม่ใช่แค่ไขมัน แต่รวมถึงกล้ามเนื้อด้วย พบว่าประมาณ 25-40% ของน้ำหนักที่ลดลงอาจเป็นมวลกล้ามเนื้อ 

      สาเหตุเกิดจากปากกาลดน้ำหนักช่วยลดความหิวและทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง เมื่อร่างกายได้รับพลังงานและโปรตีนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ร่างกายจึงต้องดึงพลังงานที่สะสมไว้มาใช้ ซึ่งนอกจากคาร์โบไฮเดรตและไขมันแล้ว โปรตีนจากกล้ามเนื้อบางส่วนก็สามารถถูกนำมาใช้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากได้รับโปรตีนน้อยและไม่ได้ออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการรักษากล้ามเนื้อ ข้อเสีย ปักปากกาจึงทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงร่วมกับน้ำหนักตัวได้ [1], [7]

      3. ภาวะขาดน้ำและสารอาหาร

      การปักปากกาทำให้รู้สึกอิ่มตลอดเวลา การปักปากกาลดน้ำหนักจึงอาจทำให้กินได้น้อยมากจนร่างกายขาดวิตามินหรือได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ 

      งานวิจัยพบว่าสารอาหารที่อาจได้รับไม่เพียงพอในผู้ที่ปักปากกา โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารได้น้อยลง ได้แก่ Calcium, Iron, Vitamin A, Vitamin B1, B9 และ B12, Vitamin C, Vitamin D, Vitamin E และ Zinc [5], [7] 

      4. น้ำหนักเพิ่มหลังหยุดปักปากกา หรือเกิดภาวะ Yo-Yo Effect 

      การใช้ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดลงถาวร โดยเฉพาะหากหยุดยาแล้วไม่ได้ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตควบคู่กันไป

      เมื่อปักปากกา หรือใช้ปากกาลดน้ำหนัก ความหิวจะลดลงและควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้น แต่หลังหยุดปากกาลดน้ำหนัก หรือ ปากกาควบคุมน้ำหนัก ฤทธิ์ที่ช่วยควบคุมความหิวก็จะหายไป ขณะเดียวกันการปรับตัวของร่างกายที่ทำให้ใช้พลังงานน้อยลงหลังน้ำหนักลดก็อาจยังคงอยู่ ทำให้เรากินมากขึ้น แต่เผาผลาญน้อยลง จึงทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นได้ง่าย

      จากการศึกษาทางคลินิกพบว่า ผู้ที่หยุดปักปากกาหรือหยุดใช้ยากลุ่ม GLP-1RA หลายคนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นบางส่วนหลังหยุดการรักษา ดังนั้น การใช้ปากกาลดน้ำหนักจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นวิธีลดน้ำหนักชั่วคราวแล้วหยุดทันที แต่ควรใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการติดตามกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง [6], [7], [9]

      ทั้งนี้ ปากกาลดน้ำหนัก หรือ ปากกาควบคุมน้ำหนัก เป็นยาที่มีข้อบ่งใช้ ข้อห้าม และผลข้างเคียงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์และประเมินความเหมาะสมก่อนการปักปากกาลดน้ำหนัก เสมอ ไม่ควรซื้อหรือเริ่มใช้ด้วยตนเองเพียงเพราะต้องการลดน้ำหนัก 

      วันที่

      15 ต.ค. 2026

      หมวดหมู่

      สุขภาพ

      อ้างอิง

      1

      Beutler, L. R. (2026). GLP-1 physiology and pharmacology along the gut-brain axis. The Journal of Clinical Investigation, 136(2), e194744. https://doi.org/10.1172/JCI194744

      2

      Yang, H.-M. (2025). GLP-1 agonists in cardiovascular diseases: Mechanisms, clinical evidence, and emerging therapies. Journal of Clinical Medicine, 14(19), 6758. https://doi.org/10.3390/jcm14196758

      3

      Latif, W., Lambrinos, K. J., Patel, P., & Rodriguez, R. (2024, February 25). Compare and contrast the glucagon-like peptide-1 receptor agonists (GLP1RAs). StatPearls Publishing. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK572151/

      4

      Collins, L., & Costello, R. A. (2024, February 29). Glucagon-like peptide-1 receptor agonists. StatPearls Publishing. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK551568/

      5

      Nassiri, S., Busam, J. A., & Chang, B. W. (2026). The gastrointestinal side effects of GLP-1 therapies: Understanding the physiology to prevent malnutrition. Practical Gastroenterology, 50(5), 22-28.

      6

      Tchang, B. G., Aras, M., Kumar, R. B., & Aronne, L. J. (2026, July 9). Pharmacologic treatment of overweight and obesity in adults. Endotext. MDText.com, Inc. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK279038/

      7

      Reiss, A. B., Gulkarov, S., Lau, R., Klek, S. P., Srivastava, A., Renna, H. A., & De Leon, J. (2025). Weight reduction with GLP-1 agonists and paths for discontinuation while maintaining weight loss. Biomolecules, 15(3), 408. https://doi.org/10.3390/biom15030408

      8

      Cook, G. (2026). Quieting “food noise”: How GLP-1s and mindfulness rewire the default mode network (DMN) and reward circuits. Cureus, 18(1), e100818. https://doi.org/10.7759/cureus.100818

      9

      เปรมกมล ภัทรอิทธิกุล. (2569, 29 พฤษภาคม). ไขความลับ “ปากกาลดน้ำหนัก” (GLP-1): นวัตกรรมพลิกโฉมการรักษาโรคอ้วน หรือแค่กระแสชั่วข้ามคืน?. ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.https://www.gj.mahidol.ac.th/main/knowledge/glp1/