Zinc Amino Acid Chelate คืออะไร

วิตามินอีโทโคไตรอีนอล

สารบัญ

Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) คือรูปแบบของ Zinc (ซิงค์) ชนิดหนึ่ง ที่มีการนำแร่ธาตุสังกะสีมาจับกับกรดอะมิโน เช่น Glycine (ไกลซีน) หรือ Methionine (เมไธโอนีน) เป็นต้น ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Chelation (คีเลตชั่น) ทำให้เกิดพันธะที่เสถียร คงตัวสูง การที่ Zinc (ซิงค์) อยู่ในรูปแบบของ Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) [1] จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมผ่าน ช่องทางการดูดซึมของกรดอะมิโนและไดเปปไทด์ได้โดยตรง ไม่ต้องอาศัยกรดในกระเพาะอาหาร (HCl) เพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยละลายให้อยู่ในรูป Zn²⁺ อิสระ ก่อนที่จะถูกดูดซึม ส่งผลทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่ารูปแบบอื่น และลดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารเช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง [2], [3]

ชื่อสามัญ Zinc Amino Acid Chelate
ลักษณะ ผงสีขาว
แหล่งที่มา จากกระบวนการสังเคราะห์ (chelation process) เท่านั้น
ประโยชน์ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ควบคุมความมัน ลดการอักเสบ และบำรุงผิว ผม เล็บ
ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ Nectapharma Luminari Astaxanthin 6 mg, Nectapharma Nectahair™ Pelatin

TLDR

Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) เป็นการนำแร่ธาตุสังกะสีมาจับกับกรดอะมิโน

ทำให้มีความคงตัวสูง เสถียร ประสิทธิภาพการดูดซึมมากขึ้น ลดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร

คนไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มภาวะขาดสังกะสี ความเสี่ยงระดับปานกลาง

ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณและเส้นผม ส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยสมานแผล และสนับสนุนการทำงานของระบบสืบพันธุ์

ทำไมต้องรับประทาน Zinc Amino Acid Chelate

จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) และคณะกรรมการนานาชาติด้านโภชนาการของธาตุสังกะสี (IZiNCG) พบว่า ประชากรราว 30% ของโลกมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดสังกะสี ซึ่งคนไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงระดับปานกลาง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากสังกะสี (Zinc) เป็นแร่ธาตุสำคัญที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก[4] การขาดสังกะสีจึงส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง การรับประทานอาหารเสริม Zinc Amino Acid Chelate จะช่วยลดโอกาสขาดสังกะสีและช่วยลดความผิดปกติของร่างกายที่เกิดจากการขาดสังกะสีได้

Zinc Aamino Aacid Chelate  ช่วยอะไร

สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน

Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) ช่วยกระตุ้นการสร้างและทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ในการต่อสู้กับเชื้อโรค อีกทั้งยังช่วยลดการสร้างสารก่อการอักเสบและเสริมการทำงานของเอนไซม์ทำให้ร่างกายไม่เพียงป้องกันเชื้อโรคได้มีประสิทธิภาพขึ้น แต่ยังลดภาวะอักเสบเกินความจำเป็นอีกด้วย จากงานวิจัยพบว่าภาวะขาด Zinc (ซิงค์) ทำให้การทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ [5]  อีกทั้งมีงานวิจัยยืนยันว่า Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) ช่วยลดอุบัติการณ์การติดเชื้อทางเดินหายใจและทำให้ระยะเวลาการเป็นหวัดสั้นลงอีกด้วย [6]

ซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสมานแผล

Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) ประโยชน์อีกอย่างนึง คือช่วยให้เกล็ดเลือดทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคุมการอักเสบและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง ส่งผลให้แผลปิดเร็วและกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ ดังนั้น หากร่างกายได้รับ Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) อย่างเพียงพอ จะช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ฟื้นฟูผิวได้ดียิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเรื้อรัง [7]

สุขภาพผิวและปัญหาสิว

Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต)  ช่วยในการควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน (Sebaceous Glands) และการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง (Keratinocytes) ช่วยลดการอุดตัน ลดการอักเสบ และปรับสมดุลความมันของผิว ทำให้สิวลดลงและผิวแข็งแรงขึ้น [8]

สุขภาพผม และเล็บ

Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) ) มีส่วนช่วยในการสร้างเคราติน (Keratin) และการแบ่งตัวของเซลล์รากผม (Hair Follicle Cells) รวมถึงการซ่อมแซมโปรตีนในเล็บ ส่งผลทำให้เส้นผมและเล็บแข็งแรง [9]

ฮอร์โมนเพศและการสืบพันธุ์

ในผู้ชาย Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต)   มีบทบาทในการสร้างและควบคุมฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) รวมถึงช่วยพัฒนาสเปิร์มให้แข็งแรง งานวิจัยพบว่าการขาด Zinc (ซิงค์) สัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำและภาวะมีบุตรยาก ส่วนในผู้หญิง Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต)  ช่วยการเจริญของไข่ การตกไข่ และการฝังตัวของตัวอ่อน ทำให้เป็นแร่ธาตุสำคัญต่อความสมบูรณ์และสมรรถภาพทางเพศโดยรวม [10]

Zinc Amino Acid Chelate ผลข้างเคียง

โดยทั่วไป Zinc Amino Acid Chelate (ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต) ถือเป็นรูปแบบของ Zinc (ซิงค์) รูปแบบหนึ่งที่มีความปลอดภัยสูงและอ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหารมากที่สุด อย่ซางไรก็ตาม หากรับประทานในปริมาณสูงเกินไป (ปริมาณ Zinc (ซิงค์) มากกว่า 40 มก./วัน) อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง ปวดศีรษะ หรือในระยะยาวอาจนำไปสู่ ภาวะขาดแร่ธาตุทองแดง (Copper) โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ ความผิดปกติทางระบบประสาท และไขมันในเลือดผิดปกติได้ [11]

อ้างอิง

1

Marukhlenko, A. V., Morozova, M. A., Mbarga, A. M. J., Antipova, N. V., Syroeshkin, A. V., Podoprigora, I. V., & Maksimova, T. V. (2022). Chelation of zinc with biogenic amino acids: Description of properties using Balaban index, assessment of biological activity on Spirostomum ambiguum cellular biosensor, influence on biofilms and direct antibacterial action. Pharmaceuticals, 15(8), 979. https://doi.org/10.3390/ph15080979

2

Devarshi, P. P., Mao, Q., Grant, R. W., & Hazels Mitmesser, S. (2024). Comparative absorption and bioavailability of various chemical forms of zinc in humans: A narrative review. Nutrients, 16(24), 4269. https://doi.org/10.3390/nu16244269

3

Gandia, P., Bour, D., Maurette, J.-M., Donazzolo, Y., Duchène, P., Béjot, M., & Houin, G. (2007). A bioavailability study comparing two oral formulations containing zinc (Zn bis-glycinate vs. Zn gluconate) after a single administration to twelve healthy female volunteers. International Journal for Vitamin and Nutrition Research, 77(4), 243–248. https://doi.org/10.1024/0300-9831.77.4.243

4

คณะกรรมการและคณะทำงานปรับปรุงข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย.(2563).ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ส. 2563. กรุงเทพฯ:สำนักโภชนาการกรมอนามัยกระทรวงสาธารณะสุข

5

Haase, H., & Rink, L. (2014). Multiple impacts of zinc on immune function. Metallomics, 6(7), 1175–1180. https://doi.org/10.1039/C3MT00353A

6

Rerksuppaphol, S., & Rerksuppaphol, L. (2019). A randomized controlled trial of zinc supplementation in the treatment of acute respiratory tract infection in Thai children. Pediatric Reports, 11(1), 15–19. https://doi.org/10.4081/pr.2019.7954

7

Lin, P.-H., Sermersheim, M., Li, H., Lee, P. H. U., Steinberg, S. M., & Ma, J. (2018). Zinc in wound healing modulation. Nutrients, 10(1), 16. https://doi.org/10.3390/nu10010016

8

Gupta, M., Mahajan, V. K., Mehta, K. S., & Chauhan, P. S. (2014). Zinc therapy in dermatology: A review. Dermatology Research and Practice, 2014, 709152. https://doi.org/10.1155/2014/709152

9

Park, H., Kim, C. W., Kim, S. S., & Park, C. W. (2009). The therapeutic effect and the changed serum zinc level after zinc supplementation in alopecia areata patients who had a low serum zinc level. Annals of Dermatology, 21(2), 142–146. https://doi.org/10.5021/ad.2009.21.2.142

10

Murarka, S., Mishra, V., Joshi, P., & Sunil, K. (2015). Role of zinc in reproductive biology: An overview. Austin Journal of Reproductive Medicine & Infertility, 2(2), 1009.https://austinpublishinggroup.com/reproductive-medicine/fulltext/ajrm-v2-id1009.php

11

Schoofs, H., Schmit, J., & Rink, L. (2024). Zinc toxicity: Understanding the limits. Molecules, 29(13), 3130. https://doi.org/10.3390/molecules29133130