ในโลกของสกินแคร์ อนุพันธ์วิตามินเอหรือ Retinoids ถือเป็น Gold Standard ในการดูแลปัญหาริ้วรอย แต่หลายคนยังมีคำถามว่า Retinal คืออะไร? ต่างจาก Retinol อย่างไร? และ Retinal ช่วยอะไรบ้าง? บทความนี้จะพาไปรู้จัก Retinaldehyde อย่างลึกซึ้ง ทั้งในแง่ของกลไกการทำงาน ประโยชน์ต่อผิวพรรณ และข้อควรระวังในการใช้
| ชื่อสามัญ | Retinal |
| ลักษณะ | เป็นผงหรือของเหลวสีเหลืองเข้ม |
| แหล่งที่มา | มาจากการสังเคราะห์ |
| ประโยชน์ | ลดริ้วรอย เพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน |
| ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ | Nectapharma Ageless Dual Encap 0.1 Retinal Serum |
TLDR
Retinaldehyde คืออนุพันธ์วิตามินเอที่เปลี่ยนเป็นสารออกฤทธิ์ (Retinoic Acid) ได้ในขั้นตอนเดียว
ออกฤทธิ์ได้เร็วและแรงกว่า Retinol จึงมีประสิทธิภาพในเรื่องการชะลอวัยและลดริ้วรอยที่ดีกว่า
อาจระคายเคืองได้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวแข็งแรง และมีประสบการณ์ใช้สารกลุ่ม Retinoids มาก่อน
Retinal คืออะไร? ออกฤทธิ์ยังไง
Retinaldehyde หรือ เรติแนล คือ สารในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ เมื่อทาลงบนผิวจะถูกเปลี่ยนไปเป็นสารออกฤทธิ์ที่ชื่อว่า Retinoic Acid และไปจับกับตัวรับในนิวเคลียสของเซลล์ (RAR และ RXR receptors) แล้วกระตุ้นการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตัวของเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างและยับยั้งการสลายคอลลาเจน โดยลำดับการเปลี่ยนแปลงของสารกลุ่ม Retinoids เพื่อให้กลายเป็น Retinoic Acid มีขั้นตอนดังนี้
- Retinyl Ester → ต้องเปลี่ยนแปลง 3 ขั้นตอน ถึงสามารถออกฤทธิ์ได้ จึงเป็นรูปแบบที่อ่อนโยนและเห็นผลได้ช้า
- Retinol → ต้องมีการเปลี่ยนแปลง 2 ขั้นตอน เป็น Retinaldehyde ก่อน จึงเปลี่ยนไปเป็น Retinoic Acid ถึงจะสามารถออกฤทธิ์ได้ เป็นรูปแบบยอดนิยม มีความอ่อนโยนกว่า Retinal แต่ความแรงน้อยกว่าและเห็นผลช้ากว่า
- Retinaldehyde → เปลี่ยนเพียง 1 ขั้นตอนก็สามารถออกฤทธิ์ได้เลย จึงสามารถออกฤทธิ์ได้เร็วและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในบรรดาสารกลุ่ม Retinoids ที่อยู่ในรูปแบบเครื่องสำอาง แต่มีโอกาสระคายเคืองมากกว่า Retinol แต่อ่อนโยนกว่า Retinoic acid ที่อยู่ในรูปแบบยา
- Retinoic Acid → เป็นรูปแบบยา สามารถออกฤทธิ์ได้ทันที แต่ก็มีโอกาสระคายเคืองสูงสุดเช่นเดียวกัน [1], [2], [3]
ดังนั้นคำถามที่ว่า Retinal ดียังไง? คำตอบคือ ออกฤทธิ์ได้เร็วและมีประสิทธิภาพสูงในเรื่องการลดริ้วรอยหากใช้อย่างเหมาะสมและถูกวิธี
Retinal ช่วยอะไร? เรติแนล ประโยชน์ต่อผิวพรรณ
1. Retinal ลดริ้วรอยและช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
จากงานวิจัยในอาสาสมัครเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้ Retinaldehyde 0.05% และ 0.1% วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 3 เดือนพบว่าทั้ง 2 ความเข้มข้นมีประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยขนาดเล็ก ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น และลดการสูญเสียน้ำของผิวได้ไม่แตกต่างกัน มีเพียงความเข้มข้น 0.1% ที่สามารถลดความเข้มเม็ดสีบนผิวได้ชัดเจนกว่า[4]

อีกหนึ่งการศึกษาพบว่า Retinaldehyde 0.05% ให้ผลใกล้เคียงกับ Tretinoin (Retinoic Acid) 0.05%ในด้านการลดริ้วรอย และความหยาบกร้านของผิว แต่เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า[3]
2. Retinal ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และเพิ่มความหนาของผิว
เรติแนล คือสารที่สามารถกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง (Keratinocytes) ส่งผลให้ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) มีความหนาตัวขึ้น จึงช่วยให้ผิวหนาแน่น แข็งแรง เรียบเนียนมากขึ้น และริ้วรอยจางลง[2]
3. Retinal ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
Retinaldehyde กระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ในชั้นหนังแท้ ในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินทำให้ผิวมีความหนาแน่นและกระชับขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Matrix Metalloprotrinases (MMPs) ที่เป็นเอนไซม์กระตุ้นการทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน จึงช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและชะลอการเกิดริ้วรอย[2]
4. Retinal ช่วยลดการเกิดเม็ดสี
Retinaldehyde ช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ที่มีความสำคัญในการสร้างเม็ดสี และเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ทำให้เม็ดสีสะสมในชั้นผิวน้อยลง จึงช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้น[4], [5]
Retinal ใช้ยังไงให้เห็นผล? Retinaldehyde ห้ามใช้กับอะไรและ Retinal ข้อระวังมีอะไรบ้าง
1. เรติแนลใช้ยังไง ให้ปลอดภัยและเห็นผล
ควรใช้เฉพาะตอนกลางคืน ทา Retinaldehyde ทั่วใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตา ควรเริ่มใช้จากปริมาณน้อย ๆ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เมื่อผิวปรับตัวได้จึงค่อย ๆ เพิ่มความถี่เป็นใช้ทุกวัน ทา Moisturizer หลังจากใช้ Retinaldehyde ทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสการระคายเคือง และทาครีมกันแดดทุกเช้า เนื่องจากการใช้ Retinaldehyde อาจจะทำให้ผิวไวต่อแสง UV ได้
2. ข้อควรหลีกเลี่ยงเรติแนล ห้ามใช้กับอะไร
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับสารที่มีความเป็นกรดสูง เช่น AHA, BHA, หรือ Vitamin C รูปแบบ Ascorbic acid ในเวลาเดียวกัน และยารักษาสิวกลุ่มวิตามินเอ หรือ Retinoids เพราะอาจเพิ่มการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงการใช้ Retinaldehyde หลังการทำเลเซอร์ หรือหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคือง
3. Retinal ผลข้างเคียง และ เรติแนลข้อควรระวัง
-
- ผลข้างเคียงทั่วไปของ Retinaldehyde คืออาจทำให้มีอาการผิวแห้ง ลอก หรือระคายเคืองเล็กน้อยในช่วงแรกที่ใช้ อาการจะหายไปเมื่อผิวปรับตัวได้ จึงควรใช้ร่วมกับ Moisturizer ทุกครั้ง
- เหมาะกับผู้ที่มีผิวแข็งแรง และมีประสบการณ์ใช้สารกลุ่ม Retinoids มาก่อน ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
- ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
