ทำความรู้จัก Green Tea Extract คืออะไร

สารสกัดชาเขียว

สารบัญ

สารสกัดชาเขียว หรือ Green Tea Extract คือ สารสกัดที่ได้มาจากใบของต้นชา (Camellia sinensis) ที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนเพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์ตามธรรมชาติ ส่งผลให้สารโพลีฟีนอล (polyphenol) ซึ่งเป็นสารสำคัญของชาเขียวไม่ถูกทำลาย และยังคงประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้อย่างครบถ้วน ก่อนจะถูกนำไปสกัดต่อเพื่อให้ได้สารสกัดชาเขียวที่มีความเข้มข้นของสารสำคัญมากขึ้น ทำให้สารสกัดจากชาเขียวได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายด้าน[1]

ชื่อสามัญ Green Tea Extract
ลักษณะ สีน้ำตาลอมเขียว
แหล่งที่มา ต้นชา (Camellia sinensis)
ประโยชน์ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านแบคทีเรีย ต้านไวรัส และปกป้องเซลล์ประสาท
ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ Nectapharma Pearletane

TLDR

Green Tea Extract หรือ “สารสกัดชาเขียว” คือ สารสกัดจากใบชาที่มีสารโพลีฟีนอลเป็นสารออกฤทธิ์สำคัญ

สารสกัดชาเขียวในรูปแบบรับประทานมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่หลากหลาย จึงถูกนำไปประยุกต์ใช้ด้านสุขภาพหลายด้าน เช่น การดูแลสิว การดูแลภาวะน้ำหนักเกิน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด

สารสกัดชาเขียวถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยเฉพาะในเรื่องการดูแลสิว เพิ่มความชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอย

ควรระมัดระวังการรับประทาน Green Tea Extract หรือ สารสกัดชาเขียว ในผู้ที่มีโรคประจำตัวและผู้ที่อยู่ระหว่างการรับประทานยา เนื่องจากอาจส่งผลต่อโรคที่เป็นและเสริมฤทธิ์ของยาได้

สารสกัดชาเขียว สรรพคุณด้านการรับประทานที่มีงานวิจัยรองรับ

เนื่องจาก Green Tea Extract มีคุณสมบัติที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงแค่ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ต้านแบคทีเรีย ต้านไวรัส และปกป้องเซลล์ประสาท ทำให้สารสกัดจากชาเขียวถูกนำไปศึกษาและใช้งานทางด้านสุขภาพอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสิว โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเรื่องโรคมะเร็ง[2], [3]

สารสกัดชาเขียว สรรพคุณในการดูแลสิว

จากผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการรักษาสิวของ Green Tea Extract หรือ สารสกัดชาเขียวในรูปแบบการใช้ภายนอก ทำให้ในช่วงหลังมีการนำ Green Tea Extract มาศึกษาในรูปแบบรับประทานเพิ่มมากขึ้น จากการศึกษาที่ให้ผู้ทดสอบซึ่งเป็นสิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลางรับประทานสารสกัดชาเขียวชนิดน้ำขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 30 วัน พบว่า จำนวนสิวอักเสบและสิวโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทาน[4]

สารสกัดจากชาเขียว ประโยชน์ด้านการลดน้ำหนัก

ในปัจจุบันสารสกัดชาเขียวถูกนำมาใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับโรคอ้วนมากขึ้น เนื่องจากเป็นปัญหาสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทุกปี และส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลก จากงานวิจัยที่รวบรวม 59 การศึกษาพบว่า การรับประทาน Green Tea Extract ในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน สามารถช่วยลดน้ำหนักตัว ลดดัชนีมวลกาย และลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ[5]

Green Tea Extract ช่วยอะไรเรื่องความดันโลหิตสูง

เนื่องด้วยฤทธิ์ทางชีวภาพในการช่วยต้านอนุมูลอิสระและต้านอักเสบของสารสกัดจากชาเขียว ทำให้สารสกัดชาเขียวถูกนำมาใช้ในการดูแลภาวะความดันโลหิตสูงมากยิ่งขึ้น จากงานวิจัยที่รวบรวม 36 การศึกษาพบว่า ในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง การรับประทานสารสกัดจากชาเขียวสามารถช่วยลดได้ทั้งความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว(ตัวบน)และความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัว(ตัวล่าง) อย่างมีนัยสำคัญ[6]

สารสกัดชาเขียว สรรพคุณช่วยลดน้ำตาล

หนึ่งในประโยชน์ด้านสุขภาพซึ่งเป็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสารสกัดจากชาเขียวคือ บทบาทในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีข้อมูลระบุว่า สารสกัดจากชาเขียว หรือ Green Tea Extract สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด เพิ่มความไวต่ออินซูลิน และยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลในลำไส้ได้ จากงานวิจัยที่รวบรวมการศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับประทานสารสกัดจากชาเขียวจำนวน 17 ฉบับพบว่า การรับประทานสารสกัดชาเขียวช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยลดระดับอินซูลินในเลือดขณะอดอาหารได้อีกด้วย[2], [7]

สกินแคร์กับสารสกัดจากชาเขียว สรรพคุณที่ใครหลายคนไม่รู้

ด้วยคุณสมบัติทางชีวภาพที่หลากหลายของสารสกัดชาเขียวไม่ว่าจะเป็นฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ปกป้องผิวจากแสงแดด และฤทธิ์ในการช่วยควบคุมความมัน รวมถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ Green Tea Extract ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างแพร่หลาย โดยคลอบคลุมการดูแลหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสิว เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ปลอบประโลมผิว ไปจนถึงการดูแลริ้วรอย[8]

สารสกัดชาเขียว ช่วยอะไรเรื่องสิว

โพลีฟีนอลเป็นสารสำคัญหลักที่พบใน Green Tea Extract ด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านแบคทีเรีย และลดความมันของผิว ทำให้ Green Tea Extract หรือ สารสกัดชาเขียวถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิวมากขึ้น จากงานวิจัยที่มีการใช้โลชั่น Green Tea Extract 2% ทาบริเวณที่เป็นสิวต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ พบว่า ความรุนแรงของสิวลดลง 39.02% และจำนวนรอยสิวลดลงถึง 58.33% เมื่อเทียบกับก่อนเริ่มการศึกษา[9]

Green tea extract ช่วยอะไรเรื่องความชุ่มชื้น

อีกหนึ่งคุณสมบัติของสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยเรื่องผิวคือ การเพิ่มและคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ผ่านการช่วยยับยั้งเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidases) ซึ่งมีบทบาทในการสลายไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic acid) ส่งผลให้ระดับไฮยาลูรอนิกแอซิดในผิวคงอยู่ได้อย่างสมดุล ผิวจึงดูชุ่มชื้น และสุขภาพดี จากงานวิจัยที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ Green Tea Extract 6% ทาบริเวณแขนเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 30 วัน พบว่า ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้นอย่างชัดเจน อีกทั้งลักษณะพื้นผิวของผิวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ[10] 

สารสกัดจากชาเขียว สรรพคุณด้านการลดริ้วรอย

ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่นของโพลีฟีนอล ถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของสารสกัดชาเขียว เนื่องจากอนุมูลอิสระเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่เร่งกระบวนการเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเกิดริ้วรอย ส่งผลให้ Green Tea Extarct ถูกนำไปศึกษาเพิ่มเติมในด้านการดูแลและลดเลือนริ้วรอย จากงานวิจัยที่มีการใช้ครีมสารสกัดจากชาเขียวทาบริเวณรอบดวงตาพบว่า ลักษณะของริ้วรอยดีขึ้นถึง 36.3% หลังการใช้อย่างต่อเนื่อง[11]

Green Tea Extract คุณสมบัติที่ต้องระวัง

แม้สารสกัดชาเขียวจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน แต่การรับประทานในปริมาณที่สูงเกินความเหมาะสม อาจทำให้ผลดีเหล่านี้เปลี่ยนเป็นผลเสียได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เนื่องจากการรับประทาน Green Tea Extract ร่วมกับยาประจำตัวอาจเสริมฤทธิ์ของยา ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตลดลงมากกว่าปกติ และอาจเกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียตามมาได้ 

อีกทั้งยังไม่ควรให้รับประทานในผู้ที่เป็นโรคตับ หรือมีภาวะการทำงานของตับที่ผิดปกติ เนื่องจากมีรายงานว่าการรับประทาน Green Tea Extract ที่มีความเข้มข้นมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพิษที่ตับได้[12], [13]

นอกจากนี้ ยังควรระมัดระวังในผู้ที่ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ เนื่องจากการรับประทานเครื่องดื่มเหล่านี้ร่วมกับสารสกัดจากชาเขียวอาจทำให้ร่างกายได้รับปริมาณคาเฟอีนที่สูงเกินไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการใจสั่น คลื่นไส้ หรือท้องเสียตามมาได้ รวมถึงควรให้ความสำคัญในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากสารสกัดชาเขียวสามารถลดการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารที่รับประทานได้[3]

อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วสารสกัดจากชาเขียวยังถือว่ามีความปลอดภัยสำหรับคนทั่วไปเมื่อรับประทานในขนาดที่เหมาะสม แต่เพื่อความมั่นใจ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนรับประทาน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำ หญิงตั้งครรภ์หรือคุณแม่ให้นมบุตร เพื่อให้สามารถรับประทาน Green Tea Extract ได้อย่างปลอดภัย[12]

 

วันที่

03 มี.ค. 2026

อ้างอิง

1

Namal Senanayake, S. P. J. (2013). Green tea extract: Chemistry, antioxidant properties and food applications – A review. Journal of Functional Foods, 5(4), 1529–1541. https://doi.org/10.1016/j.jff.2013.08.011

2

Radeva-Ilieva, M., Stoeva, S., Hvarchanova, N., & Georgiev, K. D. (2025). Green Tea: Current Knowledge and Issues. Foods (Basel, Switzerland), 14(5), 745. https://doi.org/10.3390/foods14050745

3

Chacko, S. M., Thambi, P. T., Kuttan, R., & Nishigaki, I. (2010). Beneficial effects of green tea: a literature review. Chinese medicine, 5, 13. https://doi.org/10.1186/1749-8546-5-13

4

M. Forest, J., & Rafikhah, N. (2014). Oral Aqueous Green Tea Extract and Acne Vulgaris: A Placebo-Controlled Study. Asian Journal of Clinical Nutrition, 6(2), 41–46. https://doi.org/10.3923/ajcn.2014.41.46

5

Asbaghi, O., Rezaei Kelishadi, M., Larky, D. A., Bagheri, R., Amirani, N., Goudarzi, K., Kargar, F., Ghanavati, M., & Zamani, M. (2024). The effects of green tea extract supplementation on body composition, obesity-related hormones and oxidative stress markers: a grade-assessed systematic review and dose-response meta-analysis of randomised controlled trials. The British journal of nutrition, 131(7), 1125–1157. https://doi.org/10.1017/S000711452300260X

6

Rezaei, M., Akhavan, N., Fathi, F., Alavi, S. M., Fadaii, M., Dehzad, M. J., & Askarpour, M. (2025). Effect of green tea supplementation on blood pressure in adults: a GRADE-assessed systematic review and dose-response meta-analysis of randomised controlled trials. Blood Pressure, 34(1). https://doi.org/10.1080/08037051.2025.2517122

7

Liu, K., Zhou, R., Wang, B., Chen, K., Shi, L.-Y., Zhu, J.-D., & Mi, M.-T. (2013). Effect of green tea on glucose control and insulin sensitivity: a meta-analysis of 17 randomized controlled trials. The American Journal of Clinical Nutrition, 98(2), 340–348. https://doi.org/10.3945/ajcn.112.052746

8

‌Koch, W., Zagórska, J., Marzec, Z., & Kukula-Koch, W. (2019). Applications of Tea (Camellia sinensis) and its Active Constituents in Cosmetics. Molecules (Basel, Switzerland), 24(23), 4277. https://doi.org/10.3390/molecules24234277

9

The Efficacy of Topical 2% Green Tea Lotion in Mild-to-Moderate Acne Vulgaris. (n.d.). JDDonline – Journal of Drugs in Dermatology. https://jddonline.com/articles/the-efficacy-of-topical-2-green-tea-lotion-in-mild-to-moderate-acne-vulgaris-S1545961609P0358X

10

‌Gianeti, M. D., Mercurio, D. G., & Campos, P. M. (2013). The use of green tea extract in cosmetic formulations: not only an antioxidant active ingredient. Dermatologic therapy, 26(3), 267–271. https://doi.org/10.1111/j.1529-8019.2013.01552.x

11

Hong, Y. H., Jung, E. Y., Shin, K. S., Yu, K. W., Chang, U. J., & Suh, H. J. (2013). Tannase-converted green tea catechins and their anti-wrinkle activity in humans. Journal of cosmetic dermatology, 12(2), 137–143. https://doi.org/10.1111/jocd.12038

12

Hu, J., Webster, D., Cao, J., & Shao, A. (2018). The safety of green tea and green tea extract consumption in adults – Results of a systematic review. Regulatory Toxicology and Pharmacology, 95, 412–433. https://doi.org/10.1016/j.yrtph.2018.03.019

13

Grajecki, D., Ogica, A., Boenisch, O., Hübener, P., & Kluge, S. (2022). Green tea extract-associated acute liver injury: Case report and review. Clinical liver disease, 20(6), 181–187. https://doi.org/10.1002/cld.1254