AHA คืออะไร? ย่อมาจากอะไร? ทำไมถึงนิยมในวงการสกินแคร์

Alpha Hydroxy Acids

สารบัญ

AHA ย่อมาจาก Alpha Hydroxy Acids ซึ่งกรด AHA สามารถพบได้จากแหล่งธรรมชาติ เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว นมเปรี้ยว และพืชบางชนิด จึงมีชื่อเล่นว่ากรดผลไม้ ตัวอย่าง AHA ที่นิยมใช้ ได้แก่

  • กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid): พบในอ้อย เป็น AHA ที่มีโมเลกุลเล็กที่สุด ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี
  • กรดแล็กติก (Lactic Acid): พบจากการหมักนม 
  • กรดซิตริก (Citric Acid): พบในผลไม้ตระกูลส้ม [1]คุณสมบัติสำคัญของกรด AHA คือ ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน สดใส และกระจ่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงช่วยลดเลือนรอยสิว จุดด่างดำ และผิวหมองคล้ำ [2]
ชื่อสามัญ AHA มีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมี INCI Name เฉพาะของตัวเอง ได้แก่ Glycolic Acid, Lactic Acid, Citric Acid, Mandelic Acid, Malic Acid, Tartaric Acid
ลักษณะ โดยทั่วไปอยู่ในรูปของผลึกสีขาว หรือของเหลว ละลายน้ำได้ดี
แหล่งที่มา พบได้จากแหล่งธรรมชาติ เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว นมเปรี้ยว และพืชบางชนิด
ประโยชน์ ช่วยผลัดเซลล์ผิวแบบอ่อนโยน ลดความหมองคล้ำ รอยดำจากสิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ Nectapharma Bioactive Acne Clear Serum

TLDR

AHA (Alpha Hydroxy Acids) หรือกรดผลไม้จากธรรมชาติ เช่น อ้อย นมเปรี้ยว และผลไม้ตระกูลส้ม เป็นสารผลัดเซลล์ผิวที่นิยมอย่างมากในวงการสกินแคร์

AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นด้วย NMF (Natural Moisturizing Factors) ทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส ไม่แห้งลอก และช่วยลดรอยสิว จุดด่างดำ รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

เหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาสิว ผิวหมองคล้ำ ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น หรือเริ่มมีริ้วรอย ควรเริ่มใช้จากความเข้มข้นต่ำ และทากันแดดเป็นประจำ

AHA ช่วยอะไรบ้าง? ประโยชน์ของ AHA ต่อผิว

AHA มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์รองรับประสิทธิภาพอย่างกว้างขวาง มีคุณสมบัติโดดเด่นในการดูแลผิวหลายด้าย จึงกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่แพทย์ผิวหนังและแบรนด์สกินแคร์ชั้นนำเลือกใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

  • AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน (Gentle Exfoliation)

AHA จะเข้าไปรบกวนแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเซลล์ผิวที่ตายแล้วในชั้น Stratum Corneum ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพหลุดลอกออกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผิวดูเนียนใสขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแบบการขัดผิวแรงๆ [3]

  • AHA ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน

เมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกผลัดออกอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกและความมันในรูขุมขน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของสิวอุดตันและสิวอักเสบ [3]

  • AHA ลดผิวหมองคล้ำและความหยาบกร้านจากมลภาวะ

กรด AHA ช่วยเผยผิวใหม่ที่สดใส ลดความหมองคล้ำและผิวที่ดูเหนื่อยล้าจากแสงแดด ฝุ่น และมลภาวะที่สะสมมาในแต่ละวัน [2], [3]

  • AHA ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Boosting)

AHA โดยเฉพาะ Glycolic Acid และ Lactic Acid มีการศึกษายืนยันว่าสามารถกระตุ้นการทำงานของ Fibroblasts และยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวดูยืดหยุ่น ตึงกระชับ และลดเลือนริ้วรอยได้ในระยะยาว [3], [4]

  • AHA เสริม NMF (Natural Moisturizing Factors) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

นอกจากนี้ AHA ยังอุดมไปด้วยสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (Natural Moisturizing Factors; NMF) เช่น Lactic Acid ที่เป็น Humectant ช่วยดึงน้ำและคงความชุ่มชื้นไว้ในผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่แห้งลอกเหมือนสารผลัดเซลล์ผิวในกลุ่ม BHA [4]

การใช้ AHA ที่ถูกต้อง ผิวแบบไหนที่ควรใช้ AHA

AHA คือ สารในกลุ่มกรดผลไม้ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส และลดเลือนริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ด้วยคุณสมบัติของ AHA ที่มีความเป็นกรดอ่อน ๆ จึงอาจไม่เหมาะกับทุกสภาพผิวถ้าใช้ในความเข้มข้นสูง ข้อควรระวังสำหรับการใช้ AHA คือ ผิวที่ผ่านหัตถการ (เช่น เลเซอร์) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายให้เริ่มจากความเข้มข้นต่ำ โดยใช้ในความถี่ที่น้อยก่อนเพื่อทดสอบความไวของผิว เมื่อผิวปรับสภาพได้จึงค่อยเพิ่มความถี่มากขึ้น และทาครีมกันแดดเป็นประจำ 

ผู้ที่เหมาะกับการใช้ AHA ควรมีลักษณะผิวดังนี้

  • ผู้ที่มี สิว สิวอุดตัน หรือผิวมัน: AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน และลดการสะสมของความมัน
  • ผู้ที่มี สีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำ รอยแดงจากสิว หรือผิวหมองคล้ำ: AHA ช่วยให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวดูใสขึ้น
  • ผู้ที่เริ่มมี ริ้วรอยหรืออายุเพิ่มขึ้น: AHA ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว

ผู้ที่มี ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น: โดยเฉพาะ AHA ที่เป็น Citric Acid จะมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย

อ้างอิง

1

Babilas, P., Knie, U., & Abels, C. (2012). Cosmetic and dermatologic use of alpha hydroxy acids. Journal der Deutschen Dermatologischen Gesellschaft = Journal of the German Society of Dermatology : JDDG, 10(7), 488–491. https://doi.org/10.1111/j.1610-0387.2012.07939.x

2

Almeman A. A. (2024). Evaluating the Efficacy and Safety of Alpha-Hydroxy Acids in Dermatological Practice: A Comprehensive Clinical and Legal Review. Clinical, cosmetic and investigational dermatology, 17, 1661–1685. https://doi.org/10.2147/CCID.S453243

3

Karwal, K., & Mukovozov, I. (2023). Topical AHA in Dermatology: Formulations, Mechanisms of Action, Efficacy, and Future Perspectives. Cosmetics, 10(5), 131. https://doi.org/10.3390/cosmetics10050131

4

Khodaeiani, E., Fouladi, R. F., Amirnia, M., Saeidi, M., & Karimi, E. R. (2013). Topical 4% nicotinamide vs. 1% clindamycin in moderate inflammatory acne vulgaris. International journal of dermatology, 52(8), 999–1004. https://doi.org/10.1111/ijd.12002

5

Harding, C.R., & Rawlings, A.V. (2005). Effects of Natural Moisturizing Factor and Lactic Acid Isomers on Skin Function.